วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

กระบวนการบังคับคดี







กระบวนการบังคับคดี EXECUTION PROCEEDING 
เมื่อศาลมีคำพิพากษาและได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ โจทก์จะต้องดำเนินการออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินของจำเลย โดยเมื่อหมายบังคับคดีถูกส่งไปยังกรมบังคับคดี โจทก์มีหน้าที่จะต้องไปตั้งเรื่องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี กรมบังคับคดีแบ่งเป็น การยึดและการอายัด

- การยึด ได้แก่ ยึดที่ดิน, บ้าน, อาคาร, รถยนต์, หุ้น, สังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

- การอายัด ได้แก่ อายัดเงินฝากธนาคาร, เงินเดือน (กรณีเอกชน, รัฐวิสาหกิจ) สิทธิเรียกร้องจากบุคคลภายนอก

หลักฐานที่ต้องยื่นต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีในการตั้งเรื่อง
1. หนังสือมอบอำนาจยึดทรัพย์ (ใช้แบบฟอร์มของกรมบังคับคดี)

2. บัตรประชาชน, หนังสือรับรองบริษัทของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีโจทก์เป็นบริษัท)

3. หลักฐานแสดงสถานะของจำเลย, หนังสือรับรองบริษัท, หนังสือทะเบียนราษฎร

4. หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ของจำเลย เช่น โฉนดที่ดิน, สัญญาซื้อขาย, สัญญาจำนอง, หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด, ทะเบียนบ้าน, คู่มือการจดทะเบียนรถยนต์, ใบหุ้น และอื่น ๆ

5. กรณีอายัดเงินฝากธนาคาร เช่น เลขบัญชีธนาคาร, ประเภทบัญชี, ชื่อธนาคาร, อายัดเงินเดือน เช่น ชื่อสถานที่ทำงาน, อัตราเงินเดือน, จำนวนเงินที่ขออายัด, อายัดสิทธิเรียกร้อง เช่น สัญญาเช่า, สิทธิการเช่า, สิทธิเก็บกิน, ค่าชดเชย, ค่าทดแทนโดยการขออายัดจะต้องมีข้อมูลและเอกสารเพียงพอที่จะให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหมายให้ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะต้องสืบหาให้พร้อมเสียก่อนจึงจะดำเนินการได้

6. ค่าธรรมเนียมการยึดและการอายัด อย่างละ 600 บาท

7. ระยะเวลาการยึดเมื่อตั้งเรื่องในวันใด และมีหลักฐานครบถ้วน ในวันรุ่งขึ้นสามารถนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์ได้ทันที

8. ระยะเวลาการอายัดจะใช้เวลาในการพิมพ์หมายอายัด 2 วันทำการ รวมทั้งการตรวจสอบหลักฐานด้วย เมื่อหมายอายัดพิมพ์เสร็จโจทก์สามารถนำส่งได้เอง หรือจะให้เจ้าพนักงานบังคับคดีนำส่งบุคคลภายนอกก็ได้

 การยึดทรัพย์อสังหาริมทรัพย์
โจทก์จะนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สินของจำเลยงงงในกรณีที่เป็นอสังหาริมทรัพย์งง โดยจะต้องส่งหลักฐานเพิ่มเติมในวันยึด คือ

1. สำเนาทะเบียนบ้านของจำเลย หรือหนังสือรับรองนิติบุคคล ซึ่งจะต้องรับรองไว้ไม่เกิน 1 เดือน

2. แผนที่การเดินทางไปยังที่ตั้งของทรัพย์ที่ยึด

3. ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่ยึด

4. ราคาประเมินที่ดิน, ห้องชุด ที่เจ้าพนักงานรับรอง

5. ค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาด 2,000 บาท

6. รายชื่อเจ้าของที่ดินข้างเดียว 4 ทิศ ในกรณีทรัพย์สินอยู่ในเขตอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีกรุงเทพมหานคร การยึดทรัพย์ใช้เวลา 1 วันทำการ

แต่ถ้าทรัพย์สินอยู่ในเขตต่างจังหวัดจะต้องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีออกหนังสือบังคับคดีแทนไปยังเขตอำนาจของเจ้าพนักงานบังคับคดีในจังหวัดนั้น ๆ โดยจะต้องไม่ตั้งเรื่องใหม่ เสียค่าธรรมเนียม 600 บาท แล้วจึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยึดทรัพย์สิน

 กระบวนการหลังจากยึดอสังหาริมทรัพย์
1. เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสืออายัดไปยังสำนักงานที่ดิน

2. ส่งหมายแจ้งจำเลย

3. ส่งหมายสอบถามราคาประเมินไปยังสำนักงานประเมินทรัพย์สินกลาง

4. ส่งหมายแจ้งผู้รับจำนองเพื่อให้ส่งโฉนดมาใช้ในการขายทอดตลาด

5. ขออนุญาตศาลเพื่อขายทอดตลาด

6. พิมพ์หมายประกาศขายทอดตลาด

7. ขายทอดตลาด

ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน 

การขายทอดตลาด



กฎระเบียบ/การขายทอดตลาด
ระเบียบข้อกฎหมายการขายทอดตลาด

1. การขายทอดตลาดที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ให้ผู้เข้าสู้ราคาลงชื่อ พร้อมที่อยู่ในสมุดรายงานการขายทอดตลาด

2. ผู้ที่เข้าสู้ราคาในนามบุคคลอื่น ต้องแสดงใบมอบอำนาจต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ก่อนการขายทอดตลาด ถ้าไม่แสดงใบมอบอำนาจ เจ้าพนักงานบังคับคดีจะถือว่า ผู้เข้าสู้ราคากระทำในนามของตนเอง ซึ่งถ้ามีกรณีจะต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ผู้เข้าสู้ราคาจะขอเปลี่ยนใส่ชื่อบุคคลอื่น โดยอ้างว่าตนเป็นตัวแทนมิได้

3. การเข้าสู้ราคาใช้วิธีให้ราคาด้วยปากเปล่า หากเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่า ราคาต่ำไป เจ้าพนักงานบังคับคดี มีอำนาจถอนทรัพย์ออกจากการขายทอดตลาดได้

4. เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นราคาสมควรจะขานราคา พร้อมทั้งนับ 1 - 3 ในระหว่างนี้ผู้อื่นอาจเข้าสู้ราคาอีกได้ และก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีเคาะไม้ ผู้ให้ราคาสูงสุด อาจถอนคำสู้ราคาได้ โดยไม่ต้องผูกพันการให้ราคาของตน

5. การขายทอดตลาดบริบูรณ์ เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขานราคา พร้อมทั้งนับ 3 และเคาะไม้

6. ผู้ซื้อทรัพย์จะต้องวางเงินเป็นประกันในการเสนอราคาต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นจำนวนเงินคนละ50,000.- บาท หรือตามที่เจ้าพนักงานบังคับคดีกำหนดไว้เป็นกรณีพิเศษ และหากซื้อได้ให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการชำระราคาพร้อมทำสัญญาชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป

7. หากผู้ซื้อได้จากการขายทอดตลาดไม่วางเงินตามเงื่อนไข และเจ้าพนักงานบังคับคดีนำทรัพย์นั้น ขายทอดตลาดใหม่ได้ราคาต่ำกว่าราคาที่ผู้ซื้อเดิมให้ไว้ ผู้ซื้อเดิมจะต้องรับผิดชอบในส่วนที่ขาดพร้อมทั้งค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น




วันจันทร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2555

หลักการเขียนฟ้องคดีอาญา




หลักการเขียนฟ้องคดีอาญา







การทำคำฟ้อง และคำขอท้ายฟ้อง ในคดีอาญาควรจะมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้



            ส่วนที่ 1 บรรยายสถานะของโจทก์   สถานะจำเลย (เช่นเดียวกับคดีแพ่งหากเป็นนิติบุคคล หรือมีการกระแทนหรือมีการมอบอำนาจ ถ้าไม่มีข้อ 1 ก็ไม่ต้องมี เริ่มต้นคำฟ้องที่ ข้อ 2 ได้เลย)


           ส่วนที่ 2 บรรยายวัน เวลาที่เกิดข้อพิพาท ระหว่างโจทก์กับจำเลยว่าเกิดข้อพิพาท เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร โดยต้องมีข้อความขึ้นต้นว่า 

                              เมื่อวันที่ ………เดือน............พ.ศ................ เวลา………จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดในทางอาญา กล่าวคือ…. (ระบุให้ครบตาม ป. วิอาญา มาตรา 158(5) คือ การกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำความผิดข้อเท็จจริง และรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี) 


          ส่วนที่ 3 บรรยายถึงการกระทำของจำเลยว่าเป็นความผิดข้อหาอะไร ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายอย่างไร 


          ส่วนที่ 4 บรรยายว่า เหตุเกิดที่บ้าน.........................แขวง/ตำบล………..เขต/อำเภอ………..จังหวัด………


          ส่วนที่ 5 บรรยายว่า โจทก์ได้ร้องทุกข์ไว้ต่อพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ…………………  เขต/อำเภอ……………จังหวัด…………เมื่อวันที่………… เดือน................พ.ศ..................รายละเอียดปรากฏ ตาม รายงานบันทึกประจำวัน ข้อ ……….เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข………… (หรือ โจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์ไว้ต่อพนักงานสอบสวน เพราะประสงค์จะดำเนินคดีเอง)

         ส่วนที่ 6 บรรยายถึงการขอนับโทษต่อ (ถ้าหากมี)

                                                                                             ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

                                    
     ***** ไม่มีการลงชื่อโจทก์ และผู้เรียง/พิมพ์ เนืองจากมีคำขอท้ายฟ้อง ***** 

คำขอท้ายคำฟ้องอาญา 
ตามแบบพิมพ์ศาล จะมีส่วนให้เติมข้อความ 5 ส่วน ดังนี้คือ

           ส่วนที่ 1 (ย่อหน้าที่ 1) ให้ระบุชื่อของกฎหมาย และเลขมาตราที่จะขอให้ศาลลงโทษจำเลยตาม ป. วิ. อาญา ม.158(6) เท่านั้น เช่น ประมวลกำหมายอาญา มาตรา 334 หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการให้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นต้น

           ส่วนที่ 2 (ย่อหน้าที่ 2) มีข้อความว่า ขอศาลได้ออกหมาย ให้เติมคำว่า นัด และทำเครื่องหมายตกเติมต่อจากคำว่า จำเลย โดยเติมข้อความว่า ไต่สวนมูลฟ้อง ไว้ก่อนคำว่า พิจารณาพิพากษา……………….. (เนื่องจากคดีอาญา ถ้าผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเอง ศาลต้องนัดทำการไต่สวนมูลฟ้อง เป็นนัดแรก ก่อนที่จะประทับรับฟ้อง ต่างกันกรณีที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดี ศาลจะประทับตรารับฟ้องไว้เลย และนัดให้จำเลยให้การต่อสู้คดีและสืบพยานโจทก์เป็นนัดแรก เนื่องจากได้ผ่านการสอบสวนของพนักงารสอบสวนมาแล้ว )

        ส่วนที่ 3 เป็นรายละเอียด ข้อ 1, 2 , 3 , 4 นั้น ถ้าเป้นคดีที่ฟ้องขอให้ลงโทษทางอาญาเพียงอย่างเดียวโดยทั่วๆไป ในส่วนนี้ไม่ต้องระบุอะไร

       ส่วนที่ 4 ให้เติมจำนวนสำนวนคำฟ้อง (ทำเช่นเดียวกับที่กล่าวไว้ในคดีแพ่ง)

       ส่วนที่ 5 ให้ลงลายมือชื่อโจทก์ คดีอาญา ต้องเป็นตัวโจทก์ หรือผู้มอบอำนาจโจทก์เท่านั้นเป็นผู้ลงลายมือชื่อในคำขอท้ายฟ้องนี้ ทนายความโจทก์ลงลายมือชื่อแทนตัวโจทก์ไม่ได้


วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

10 อันดับปลาที่ว่ายน้ำเร็วที่สุด


10 อันดับปลาที่ว่ายน้ำเร็วที่สุด
 
ขอเสนอ "10 อันดับปลาที่ว่ายน้ำเร็วที่สุด " จะมีปลาอะไรบ้างเชิญชมได้เลยครับ
10Tiger shark
อันดับที่ 10 ได้แก่ Tiger shark สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 53 กิโมตร / ชม.
 
 
 
9Tarpon
อันดับที่ 9 ได้แก่ Tarpon สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 56 กิโมตร / ชม.
 
 
 
8Swordfish
อันดับที่ 8 ได้แก่ Swordfish สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 64 กิโมตร / ชม.
 
 
 
7Bbonefish
อันดับที่ 7 ได้แก่ Bbonefish สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 64 กิโมตร / ชม.
 
 
 
6Blue shark
อันดับที่ 6 ได้แก่ Blue shark สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 69 กิโมตร / ชม.
 
 
 
5Yellowfin tuna
อันดับที่ 5 ได้แก่ Yellowfin tuna สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 74 กิโมตร / ชม.
 
 
 
4Southern bluefin tuna
อันดับที่ 4 ได้แก่ Southern bluefin tuna สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 76 กิโมตร / ชม.
 
 
 
3wahoo
อันดับที่ 3 ได้แก่ wahoo สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 77 กิโมตร / ชม.
 
 
 
2Striped
อันดับที่ 2 ได้แก่ Striped สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 80 กิโมตร / ชม.
 
 
 
1Saifish
อันดับที่ 1 ได้แก่ Saifish สามารถว่ายด้วยความเร็วถึง 112 กิโมตร / ชม.
 
 

10 อันดับสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้าน


10 อันดับสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้าน
 
 "10 อันดับสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้าน " จะมีสายพันธุ์อะไรบ้าง ไปชมพร้อมๆกัน และที่สำคัญห้ามพลาดเด็ดขาดเลยครับ
10พูเดิล
อันดับสิบ "พูเดิล" สุนัขสายพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในฝรั่งเศสเดิมทีเดียวเป็นสุนัขล่าสัตว์ใช้เก็บนกที่ยิงตกแต่เนื่องจากสุนัขส่วนหนึ่งเป็นที่นิยมของราชวงศ์ทำให้ถูกนำไปพัฒนาพันธุ์ในราชสำนักจนเหมาะที่จะเลี้ยงในบ้านเรือนได้รับการยอมรับกันว่าเป็นสุนัขที่ฉลาดที่สุดในโลกสายพันธุ์หนึ่งจะเห็นได้จากคณะละครสัตว์หรือคณะแสดงมายากลก็จะมีสุนัขพูเดิลเป็นตัวเอกอยู่เสมอในแง่ความสามารถในการเฝ้าบ้านแล้วส่วนตัวผมยอมรับว่าไม่เป็นรองใครเพราะมันเห่าเก่งมากจนบางคนว่าน่ารำคาญเสียด้วยซ้ำไปแต่สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่ฉลาดผมคิดว่าน่าจะเป็นสุนัขสายพันธุ์ต่างประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในเมืองไทย
 
 
 
9สุนัขแอร์รีเดลเทอร์เรีย
อันดับที่เก้า "สุนัขแอร์รีเดลเทอร์เรีย (Airedale Terrier)" สุนัขพันธุ์นี้มีประชากรมากที่สุดในสุนัขวงศ์เทอร์เรียจึงได้รับสมญานามว่า "King of Terrier" สุนัขพันธุ์ได้รับการยกย่องว่ามีความฉลาดอยู่ในชั้นแนวหน้าของสายพันธุ์สุนัขทั้งปวง อีกทั้งมีความเก่งกล้าสามารถในหลายด้านทำให้ในสนามการแข่งกีฬาความว่องไว (Agility) การเชื่อฟังคำสั่ง (Obedience), จานร่อนและกีฬาอื่นๆจะมีสุนัขสายพันธุ์นี้เข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก แม้เป็นสุนัขขนาดเล็กแต่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสุนัขที่มีทักษะการเป็นสุนัขปกป้องบ้านเรือนและเจ้าของอยู่ในชั้นแนวหน้าสายพันธุ์หนึ่ง เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีความรักเจ้าของมีการเชื่อฟังคำสั่งได้ดีจึงถูกโหวตให้อยู่ในสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้านครับ
 
 
 
8ชิวาวา
อันดับที่แปด "ชิวาวา" ครับไม่น่าเชื่อสุนัขจิ๋วตัวเล็กที่สุดของโลกจะได้โหวตติดท็อปเทนสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้านกับเค้าด้วย แต่ถ้าผมโหวตผมก็จะโหวตให้เหมือนกันครับเพราะผมว่ามันสามารถเลี้ยงในตัวบ้านได้ไม่มีกลิ่นตัวรุนแรงไม่มีขนร่วงมากแล้วก็ขับถ่ายน้อยสอนให้ขับถ่ายเป็นที่เป็นทางได้ ถ้าเราเอาสุนัขขนาดใหญ่มาเลี้ยงในตัวบ้านคงทำความสะอาดกันไม่หวาดไม่ไหวเจ้าชิวาวาแม้จะตัวเล็กแต่มันก็เห่าเตือนภัยให้เจ้าของได้ทำให้เป็นสุนัขยอดนิยมในไต้หวัน ญี่ปุ่น อิตาลี รวมทั้งเมืองไทยแต่สำหรับในเมืองไทยเรานิยมสุนัขขนาดเล็กจึงไปเล่นสุนัขสายไต้หวันสายญี่ปุ่นซึ่งมักเกิดจากการผสมเลือดชิดมาก ผมสังเกตว่าสุนัขเหล่านี้จิตประสาทและความแข็งแรงจะไม่ดีเท่าสายอเมริกันบางคนจึงรู้สึกขัดแย้งว่ามันไม่ค่อยเห่าเท่าไหร่
 
 
 
7Cairn Terrier
อันดับที่เจ็ด "สุนัข Cairn Terrier" สุนัขพันธุ์นี้มีถิ่นกำเนิดในสก็อตแลนด์เป็นสุนัขพันธุ์เล็กที่หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารักขนยุ่งๆเป็นสุนัขตัวเล็กที่ซุกซนและอยู่ไม่ค่อยสุข ผมยอมรับว่าไม่ค่อยมีความรู้เรื่องสุนัขพันธุ์นี้แต่ฝรั่งบอกว่ามันจิ๋วแต่แจ๋วตัวเล็กแต่ไม่กลัวใคร มีความรักบ้านหวงเจ้าของสามารถเลี้ยงไว้เห่าเตือนภัยได้ เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่นของลูกได้ดีสุนัขพันธุ์มีบรรพบุรุษร่วมกับเจ้าเวสตี๊ ในเมืองไทยไม่ค่อยเห็นสุนัขสายพันธุ์นี้มากนัก
 
 
 
6ยอร์กเชียเทอร์เรีย
อันดับที่หก "ยอร์กเชียเทอร์เรีย" สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่ได้รับโหวตให้เป็นสุนัขยอดนิยมอันดับสองของอเมริกา มีสมญานามว่า "ยอร์กกี้ (Yorkie)" สุนัขตัวนี้แม้จะตัวเล็กมากแต่มันก็สามารถเตือนภัยให้เจ้าของได้เพราะมันจะเห่าเก่งทำให้เจ้าของรู้ตัวเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาหรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในบริเวณบ้าน สุนัขพันธุ์นี้เพื่อนบ้านผมเลี้ยงไว้ตัวหนึ่งผมเห็นด้วยว่ามันเป็นยามที่ดีมากเพราะมันจะวิ่งอยู่ในตัวบ้านเวลามีอะไรแปลกๆ ใกล้บริเวณบ้านมันก็วิ่งไปเห่าทำให้เจ้าของรู้ตัว การที่มันอยู่ในตัวบ้านเจ้าหัวขโมยจะทำอันตรายอะไรมันก็ยากมันจึงเหมือนสัญญาณเตือนภัยที่มีชีวิต ในหลายประเทศก็มีความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในสหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่นแล้วเมืองไทยก็มีความนิยมมากเพราะมันฉลาดและน่ารักอย่างมาก
 
 
 
5สุนัขมินิเจอร์ชเน๊าเซ่อร์
อันดับที่ห้า "สุนัขมินิเจอร์ชเน๊าเซ่อร์" สุนัขพันุ์นี้ติดท็อปเทนสุนัขที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาเลยในเมืองไทยก็มีความนิยมอย่างมากเช่นกันครั้งหนึ่งเคยมีราคาแพงมากแต่ตอนนี้ไม่แพงมากนัก สุนัขพันธุ์นี้เห่าเก่งจิตประสาทว่องไวแล้วก็ฉลาดเรียนรู้อะไรได้ง่ายแต่ในเมืองไทยมีข้อเสียคือต้องมีการดูแลเรื่องขนเป็นอย่างดีมิฉะนั้นจะเป็นสุนัขที่สกปรกได้ง่าย สุนัขสายพันธุ์นี้ตัวเล็กแต่แข็งแรงจิตประสาทว่องไวสามารถเห่าเตือนเจ้าของได้เมื่อมีภัยมาถึง การที่เป็นสุนัขที่ตัวค่อนข้างเล็กจึงสามารถเลี้ยงในบ้านทาวเฮ้า, คอนโด, อพาทเม้นหรือในบ้านเดี่ยวที่มีพื้นที่มากได้เป็นอย่างดี
 
 
 
4เวสไฮแลนด์ไวท์เทอร์เรีย
อันดับที่สี่ "เวสไฮแลนด์ไวท์เทอร์เรีย" หรือ "เจ้าเวสตี๊ (Westie)" สุนัขสายพันธุ์นี้ก็มีขนาดใกล้เคียงกับสก็อตติชเทอร์เรีย สุนัขตัวนี้เพื่อนสนิทผมเลี้ยงอยู่ตัวหนึ่งมันแสบมากใครไปใกล้นายมันมันจะเห่าแล้วก็จะกัดถ้ายังไม่ยอมถอยจากนายของมัน ตัวมันเตี้ยเล็กแต่วิ่งเร็วมากดูน่ารักแต่มันหวงของทุกอย่างของมันอย่างมากโดยเฉพาะชามข้าว ฝรั่งให้ความเห็นว่ามันเป็นสุนัขที่ฉลาดเข้ากับสมาชิกทุกเพศทุกวัยได้ดี สามารถเลี้ยงเป็นเพื่อนออกกำลังกายแล้วก็สามารถเห่าเตือนภัยให้เจ้าของได้จึงเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมอย่างสูง สุนัขสายพันธุ์นี้ก็ได้รับความนิยมในบ้านเราอย่างมากเช่นกัน
 
 
 
3สก็อตติชเทอร์เรีย
อันดับที่สามคือ "สก็อตติชเทอร์เรีย" ผมยอมรับว่าส่วนตัวแล้วรู้จักสุนัขสายพันธุ์นี้น้อยมากจำได้ว่ามันเป็นสุนัขตัวเตี้ยตัวนิดเดียว แต่ฝรั่งเค้าให้ฉายาสุนัขพันธุ์นี้ว่าจอมอึดมหากาฬ (Little Diehard) ฝรั่งเค้าให้ความเห็นกันว่ามันฉลาดเป็นกรดแล้วก็มีความจงรักภักดีกับเจ้าของอย่างมากมันจะคอยระแวดระวังภัยแล้วเตือนให้เจ้าของรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา อย่างเวลาออกไปเดินเล่นในป่ามันจะวิ่งออกหน้าเพื่อสำรวจเส้นทางให้เจ้าของถ้าเจออันตรายมันก็จะเตือนให้เจ้าของรู้ เมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขันมันก็พร้อมเผชิญหน้าศัตรูเพื่อปกป้องเจ้าของ เป็นสัตว์เลี้ยงที่ยอดเยี่ยมแล้วยังสามารถใช้จับหนูได้อีกด้วยแม้จะตัวเล็กหนักเพียง 7-9 กิโลกรัมแต่มันแข็งแรงอย่างมากเลยทีเดียว
 
 
 
2สุนัขเยอรมันเชพเพรอด
สุนัขที่ได้รับการโหวตมากเป็นอันดับที่สองคือ "สุนัขเยอรมันเชพเพรอด" ซึ่งผู้โหวตส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าเลือกสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้านเพราะเป็นสุนัขที่ฉลาดตัวใหญ่เป็นที่น่าเกรงขามของผู้บุกรุกแต่เป็นสุนัขที่มีจิตประสาทดีเข้ากับทั้งเด็กและคนชราในครอบครัวได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นสุนัขที่ฝึกฝนได้ง่ายที่สุดสายพันธุ์หนึ่งจึงถูกเลือกใช้ในราชการมากที่สุดของโลก ความตื่นตัวดีและเห่าเสียงดังสร้างความหวาดกลัวให้ผู้บุกรุกแล้วสุนัขสายพันธุ์นี้ยังเป็นเพื่อนในการออกกำลังกายกับเจ้าของได้เป็นอย่างดี สำหรับในเมืองไทยสุนัขพันธุ์นี้เคยได้รับความนิยมอย่างมากในอดีตแต่เนื่องจากการเพาะพันธุ์สุนัขเกรดสูงมีกฎกติกามารยาทค่อนข้างมากนักธุรกิจสัตว์เลี้ยงในเมืองไทยจึงไม่นิยมเพาะพันธุ์สุนัขสายพันธุ์นี้เชิงการค้าทำให้การเลี้ยงจำกัดอยู่ในกลุ่มแฟนพันธุ์อย่างแท้จริง
 
 
 
1สุนัขร็อตไวเลอร์
สุนัขที่ได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดสุนัขเฝ้าบ้านคือ "สุนัขร็อตไวเลอร์" ซึ่งเป็นสุนัขที่ในสมัยโบราณกองทัพโรมันใช้ในราชกาลสงครามเพราะมีความแข็งแรงซื่อสัตย์อดทนแล้วยังมีโครงสร้างขนาดใหญ่น่าเกรงขาม สุนัขพันธุ์นี้มีความแข็งแรงฝึกง่ายมีจิตประสาทว่องไวมีความกระตือรือร้นสูงแข็งแรงเลี้ยงง่ายแล้วก็ฝึกฝนได้ง่าย ในยุคปัจจุบันสุนัขสายพันธุ์นี้ก็เป็นสุนัขที่ถูกใช้ในราชกาลทหารและใช้คุมนักโทษในคุกแม้จะเป็นสุนัขขนาดใหญ่แต่ก็มีความสามารถปรับตัวเข้ากับบ้านขนาดเล็กหรือบางตัวสามารถอยู่ตามอพาทเม้นได้เพียงแต่ต้องพาไปออกกำลังกายนอกบ้านบ้าง แต่เนื่องจากสุนัขสายพันธุ์นี้หากเป็นสายพันธุ์ที่สายเลือดไม่ดีพออาจมีความก้าวร้าวจนเป็นอันตรายกับเด็กและคนแก่ได้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการฝึกพัฒนาการด้านสังคมตังแต่วัยเยาว์ (Socialization) ในเมืองไทยสุนัขพันธุ์นี้ก็มีความนิยมสูงมากแม้จะมีข่าวร้ายเชิงลบอยู่เสมอ